FAQ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องเรียนแห่งอนาคต หรือ J-Sharp Future Classroom คืออะไร

Q:  J-Sharp Future Classroom หรือห้องเรียนแห่งอนาคตคืออะไร

A:  ห้องเรียนแห่งอนาคตเป็นสถาบันที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพในตัวเอง เพื่อเรียนในสิ่งที่ตนเองถนัดและตรงกับบุคลิกภาพ  และมีทักษะที่สำคัญต่ออนาคต ในศตวรรษที่ 21 (21st century skills) การเรียนการสอนในห้องเรียนแห่งอนาคตใช้วิธีการเรียนแบบ Creativity-based Learning (การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน) 

 

หลักสูตรของห้องเรียนแห่งอนาคต มีอะไรบ้าง

Q:  หลักสูตรของห้องเรียนแห่งอนาคต มีอะไรบ้าง

A:  หลักสูตรของ J-sharp มี 2 หลักสูตรได้แก่

หลักสูตร Compass คือ หลักสูตรที่จะช่วยค้นหาศักยภาพของผู้เรียนว่าเหมาะที่จะเรียนด้านไหนหรือประกอบอาชีพลักษณะใด โดยวิเคราะห์จาก บุคลิกภาพ 6 ด้านของแต่ละบุคคล ตามทฤษฎี ของ จอห์น แอล ฮอลแลนด์ (John L. Holland)  ซึ่งจะทำให้รู้ถึง

จุดเด่นจุดด้อยในด้านต่าง ๆ คือ Realistic, Investigative, Artistic, Social, Enterprising และ Conventional  

 ซึ่งการวัดผลได้มาจาก

1 การทำแบบทดสอบ “ค้นหาตนเอง ” 

2 การสังเกตและบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียน ใน workshop 10 ชั่วโมง

กิจกรรมและการบันทึกทั้งหมดจะประมวลผลโดยโปรแกรมวิเคราะห์ศักยภาพ (jAA) ซึ่งเป็นระบบบันทึก ตรวจสอบ และประเมินผลจากผลงานของผู้เรียน  ที่วิจัยพัฒนาและทดลองใช้กับนักเรียนทั่วประเทศมากว่า 15 ปี ผลที่ได้จึงแม่นยำกว่าการตอบแบบสอบถามเพื่อวัดบุคลิกภาพที่ใช้กันทั่วไป

 

2.  หลักสูตรพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills) ซึ่งได้แก่

  • Thinking Skillsทักษะด้านการคิดซึ่งประกอบด้วย
  • ทักษะการคิดวิเคราะห์ Critical thinking
  • ทักษะการคิดสร้างสรรค์ Creative thinking
  • Communication Skill ทักษะการสื่อสาร
  • Learning Skill ทักษะการเรียนรู้
  • Teamwork & Collaboration Skills ทักษะการทำงานเป็นทีม

 

หลักสูตร Compass รับนักเรียนตั้งแต่อายุเท่าไหร่

Q:  หลักสูตร Compass รับนักเรียนตั้งแต่อายุเท่าไหร่

A:  หลักสูตร Compass แบ่งจะตามระดับอายุของผู้เรียน 2 ระดับ

1. Primary Compass สำหรับอายุ 7 -12 ปี

2. Junior Compass สำหรับอายุ 13 ปีขึ้นไป

 

หลักสูตร Compass เรียนทั้งหมดกี่ชั่วโมง และเรียนกี่ชั่วโมง / สัปดาห์

Q:  หลักสูตร Compass เรียนทั้งหมดกี่ชั่วโมง และเรียนกี่ชั่วโมง / สัปดาห์

A:  หลักสูตร Compass เรียนทั้งหมด 10 ชั่วโมง ใช้เวลา 2 วัน  โดยจะมีช่วงวันให้เลือกดังนี้

 

1. ช่วงเปิดเทอม สามารถเลือกเรียนได้ วันเสาร์ - วันอาทิตย์

2. ช่วงปิดเทอม เดือนตุลาคม และ เดือนมีนาคม - พฤษภาคม  สามารถเลือกเรียนได้ทั้งวันธรรมดา และ วันเสาร์ - อาทิตย์ 

สอบถามตารางเรียนได้ที่ 

โทร. 02-9371118 – 9

 

หลักสูตรพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)  รับนักเรียนตั้งแต่อายุเท่าไหร่

Q:  หลักสูตรพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)  รับนักเรียนตั้งแต่อายุเท่าไหร่

A:  หลักสูตรพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st Century Skills)  เหมาะสำหรับนักเรียนตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในระบบการเรียนทั่วไป หรือ เป็นนักเรียนที่เรียนแบบ Home School (จัดการศึกษาโดยครอบครัว)

โดยสามารถสอบถามตารางการเรียนได้ที่  โทร. 02-9371118 – 9 

อาชีพที่แนะนำในผลการวิเคราะห์ของหลักสูตร Compass จะรับรองได้หรือไม่ว่า เรียนแล้วมีงานทำ

Q: อาชีพที่แนะนำในผลการวิเคราะห์ของหลักสูตร Compass จะรับรองได้หรือไม่ว่า เรียนแล้วมีงานทำ

A:  อาชีพที่แนะนำในผลวิเคราะห์ เป็นตัวอย่างลักษณะอาชีพที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียน ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับองค์ประกอบต่างๆ เช่น ความต้องการของตลาดแรงงาน กับความรู้เฉพาะด้านที่นักเรียนมีอยู่ หรือทักษะที่สำคัญมีเพียงพอแล้วหรือไม่ เช่น ผลการวิเคราะห์ได้แนะนำอาชีพ นักจัดงานกิจกรรม (Event)  โดยขณะนี้ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นผู้มีความถนัดในการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนักเรียนเองจะต้องเพิ่มเติมทักษะอย่างต่อเนื่อง และหาความรู้เฉพาะด้านของอาชีพด้านนี้ เช่น การสมัครเข้าฝึกงานในบริษัทออกาไนเซอร์ กล่าวได้ว่า เมื่อนักเรียนต้องถูกเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดแรงงาน ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นักเรียนจะมีข้อได้เปรียบทางด้านความถนัดเป็นทุนเดิม และจะสามารถเข้าสู่อาชีพได้หากมีการเตรียมพร้อมที่ดีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

 

คุณครูในห้องเรียน (TA) ที่ทำหน้าที่สอนในหลักสูตร Compass  จะใช้หลักเกณฑ์ในการประเมินอย่างไร และแม่นยำมากน้อยแค่ไหน

Q:  คุณครูในห้องเรียน (TA) ที่ทำหน้าที่สอนในหลักสูตร Compass  จะใช้หลักเกณฑ์ในการประเมินอย่างไร และแม่นยำมากน้อยแค่ไหน

A:  ในการเรียนการสอนของหลักสูตร Compass คุณครูในห้องเรียน บุคลากรอำนวยการเรียนรู้ - TA  (Teacher Assistant)  จะมีทั้งหมด 2 ท่านซึ่งจะทำหน้าที่ คือ ท่านแรกจะเป็นผู้อำนวยการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองในห้องเรียน โดยใช้ระบบการเรียนแบบ Creativity-based Learning (CBL) จะการเรียนแบบ CBL นี้ ทำช่วยให้ผู้เรียนแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา  ส่วน TA ท่านที่ 2 จะเป็นผู้สังเกตุและบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียน  หลังจากนั้น  จะประมวลผลโดยโปรแกรมวิเคราะห์ศักยภาพ (jAA) ทำให้ผลการวิเคราะห์ที่ออกมาแม่นยำกว่าการทำแบบสอบถามทั่วไป

 

รูปแบบการเรียนของห้องเรียนแห่งอนาคตเป็นอย่างไร

Q: รูปแบบการเรียนของห้องเรียนแห่งอนาคตเป็นอย่างไร

A: ที่ห้องเรียนแห่งอนาคตผู้เรียนจะได้เพลิดเพลินกับการเรียนรู้ การค้นคว้า การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และการนำเสนอผลงานในห้องเรียนที่มีผู้เรียนไม่เกิน 20 คน ด้วยโปรแกรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เช่น แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์โน้ตบุคของผู้เรียนทุกคนเข้ากับจอมัลติมีเดียจะช่วยให้การเรียนรู้สนุกสนาน 

ด้วยมัลติมีเดียจะกระตุ้นการเรียนรู้ เกมส์ การแข่งขัน การทำโครงงาน จะช่วยฝึกทักษะในการสื่อสาร การทำงานเป็นทีมและการบริหารเวลา 

 

ใครเป็นผู้สอน 

Q:  ใครเป็นผู้สอน 

A:  ในห้องเรียนแห่งอนาคต ผู้กระตุ้นการเรียนรู้มาจากมัลติมีเดีย และผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) 2 คนต่อห้องจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะในการค้นคว้า คิด และนำเสนอ 

 

ผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator)  ในห้องเรียนแห่งอนาคต จะสอนหรือไม่

Q: ผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator)  ในห้องเรียนแห่งอนาคต จะสอนหรือไม่

A:  โดยปกติ ผู้อำนวยการเรียนรู้จะไม่สอน แต่ในกรณีที่มีการถาม นั่นคือโอกาสพิเศษ เป็นนาทีทองของการเรียนรู้ เพราะผู้เรียนสนใจอยากรู้ ผู้อำนวยการเรียนรู้จะสอนเป็นรายบุคคลตามความสนใจ

 

ห้องเรียนแห่งอนาคตจะพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร 

Q: ห้องเรียนแห่งอนาคตจะพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร 

A: ที่ห้องเรียนแห่งอนาคตใช้ระบบการเรียนการสอน ในรูปแบบ Creativity-based learning ซึ่งทำการวิจัยและพัฒนาโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์และคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ซึ่งเป็นห้องเรียนที่สามารถช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ เหล่านี้ได้